วิเคราะห์ข้อมูลคลังสินค้าด้วยระบบ WMS: KPI ที่ควรติดตาม สูตรคำนวณ และ Dashboard สำหรับผู้บริหาร
WMS เก็บข้อมูลทุกการรับ ย้าย หยิบ และส่ง ข้อมูลนี้ใช้วัดประสิทธิภาพคลังและหาจุดที่ควรปรับได้ บทความนี้สรุป KPI คลังสินค้าที่ควรติดตามพร้อมสูตรคำนวณ ตัวอย่าง Dashboard สำหรับผู้บริหาร และวิธีใช้ข้อมูลตัดสินใจ

คำตอบสั้น: KPI คลังสินค้าที่ควรเริ่มติดตามมี 4 กลุ่ม คือ ความถูกต้อง (สต็อกแม่นยำ ส่งถูกต้อง) ความเร็ว (ส่งทันเวลา เวลาจากรับออเดอร์ถึงส่ง) ประสิทธิภาพ (งานต่อชั่วโมงแรงงาน การใช้พื้นที่) และ สต็อก (Turnover สินค้าไม่เคลื่อนไหว) ข้อมูลส่วนใหญ่ได้จาก WMS โดยตรงเพราะทุกขั้นตอนถูกบันทึกจากการสแกน ส่วนตัวเลขด้านต้นทุนใช้ร่วมกับข้อมูลบัญชี
KPI คลังสินค้าที่สำคัญและสูตรคำนวณ
| KPI | สูตร | บอกอะไร |
|---|---|---|
| ความแม่นยำของสต็อก (IRA) | รายการที่ยอดตรง ÷ รายการที่ตรวจนับ × 100 | ข้อมูลในระบบเชื่อถือได้แค่ไหน |
| ความถูกต้องของการจัดส่ง | ออเดอร์ที่ส่งถูกครบ ÷ ออเดอร์ทั้งหมด × 100 | คุณภาพงานหยิบและแพ็ก |
| ส่งทันเวลา (On-time Shipment) | ออเดอร์ที่ส่งทันกำหนด ÷ ออเดอร์ทั้งหมด × 100 | ความสามารถรักษารอบส่ง |
| เวลารอบงาน (Order Cycle Time) | เวลาส่งออก − เวลารับออเดอร์ (ค่าเฉลี่ย) | ความเร็วของกระบวนการทั้งหมด |
| ผลผลิตงานหยิบ | บรรทัดที่หยิบได้ ÷ ชั่วโมงแรงงานหยิบ | ประสิทธิภาพของคนและผังคลัง |
| เวลารับสินค้าเข้า (Dock to Stock) | เวลาที่สินค้าพร้อมขาย − เวลาที่รถมาถึง | สินค้าพร้อมใช้เร็วแค่ไหน |
| อัตราการใช้ตำแหน่ง (Location Occupancy) | ตำแหน่งที่มีของ ÷ ตำแหน่งทั้งหมด × 100 | ความแน่นของคลัง (ไม่ได้วัดว่าแต่ละช่องเต็มแค่ไหน) |
| Inventory Turnover | ต้นทุนขาย ÷ มูลค่าสินค้าคงคลังเฉลี่ย | สินค้าหมุนเวียนเร็วแค่ไหน |
สูตรละเอียดของความแม่นยำสต็อกอยู่ที่ สต็อกไม่ตรงเกิดจากอะไร และเรื่อง Turnover อยู่ที่ Dead Stock และ Inventory Turnover
ผู้บริหารควรดูอะไรบน Dashboard?
Dashboard ที่ดีตอบคำถามได้ในหนึ่งหน้าจอ ไม่ควรมีตัวเลขเกินจำเป็น แนะนำแบ่งตามคนที่ใช้
| ผู้ใช้ | ตัวเลขที่ควรเห็น | ความถี่ |
|---|---|---|
| ผู้บริหาร | ความถูกต้องการจัดส่ง ส่งทันเวลา มูลค่าสต็อก Turnover และต้นทุนต่อออเดอร์ | รายสัปดาห์และรายเดือน |
| ผู้จัดการคลัง | งานค้าง ผลผลิตงานหยิบ การใช้พื้นที่ สินค้าใกล้หมดอายุ | รายวัน |
| หัวหน้ากะ | ออเดอร์ที่ต้องส่งรอบถัดไป งานที่ยังไม่เริ่ม และงานติดปัญหา | ระหว่างวัน |
ตั้งเป้าหมายของแต่ละ KPI จากตัวเลขจริงของคลังตัวเองก่อน แล้วค่อยปรับให้ดีขึ้นทีละขั้น ตัวเลขเปรียบเทียบจากที่อื่นอาจไม่ตรงกับลักษณะสินค้าและลูกค้าของคุณ
ใช้ข้อมูลจาก WMS ตัดสินใจอย่างไร?
จัดตำแหน่งสินค้าใหม่
ดูความถี่การหยิบแต่ละสินค้า แล้วย้ายสินค้าขายดีมาใกล้จุดแพ็ก
จัดคนตามปริมาณงาน
ดูปริมาณงานแต่ละวันและช่วงเวลา เพื่อจัดกะให้พอดี
หาต้นเหตุความผิดพลาด
ดูว่าความผิดพลาดเกิดที่ขั้นตอนไหน สินค้ากลุ่มไหน หรือโซนไหน
วางแผนสั่งซื้อ
ดูสินค้าขายดี สินค้าไม่เคลื่อนไหว และความผันผวนตามฤดูกาล
รายงานและการวิเคราะห์จากซีเน็ท
- ci.Himalayas/GLOBAL: รายงานสินค้าขายดีและสินค้าไม่เคลื่อนไหว พร้อมแจ้งเตือนสต็อกขั้นต่ำทางอีเมล
- WMS Standard: ส่งออกรายงานได้หลายรูปแบบ และรวมข้อมูลทุกสาขาไว้ที่สำนักงานใหญ่แบบเรียลไทม์
- ci.Himalayas/Base: รายงานหลากหลายและส่งออก CSV
- Business Analytics: วิเคราะห์ข้อมูลคลัง ขนส่ง และบัญชี เช่น ความผันผวนตามฤดูกาล การปรับผังคลังจากข้อมูลโลเคชัน และการปรับเส้นทางขนส่ง
ถ้าต้องการพยากรณ์ล่วงหน้า อ่านต่อที่ AI กับคลังสินค้า
คำถามที่พบบ่อย: KPI คลังสินค้า
KPI คลังสินค้าที่สำคัญที่สุดคืออะไร?
เริ่มจากความแม่นยำของสต็อกและความถูกต้องของการจัดส่ง เพราะเป็นพื้นฐานของตัวเลขอื่นทั้งหมด แล้วค่อยเพิ่ม KPI ด้านความเร็วและประสิทธิภาพ
On-time Shipment คำนวณอย่างไร?
จำนวนออเดอร์ที่ส่งทันกำหนด หารด้วยจำนวนออเดอร์ทั้งหมด คูณ 100
Dock to Stock คืออะไร?
คือเวลาตั้งแต่รถส่งสินค้ามาถึงคลังจนสินค้าพร้อมขายในระบบ บอกว่ากระบวนการรับสินค้าเร็วแค่ไหน
ต้องมี WMS ถึงจะวัด KPI ได้ไหม?
วัดด้วยมือได้บางตัว แต่ WMS ทำให้ได้ข้อมูลจากการสแกนจริงทุกขั้นตอน จึงแม่นยำและไม่ต้องรวบรวมเอง
อัปเดตเนื้อหา: ตุลาคม 2026 โดยทีมซีเน็ท (ประเทศไทย)


