Thailand

IoT คืออะไร? ใช้ในคลังสินค้าและโลจิสติกส์อย่างไร และทำงานร่วมกับระบบ WMS อย่างไร

IoT (Internet of Things) คืออุปกรณ์ที่วัดและส่งข้อมูลเข้าระบบเองโดยไม่ต้องให้คนบันทึก ในงานคลังและโลจิสติกส์ใช้ติดตามตำแหน่ง อุณหภูมิ และความชื้นของสินค้า รถเข็น และภาชนะ บทความนี้สรุปการใช้งานจริง เทคโนโลยีสื่อสาร และการทำงานร่วมกับ WMS

อุปกรณ์ IoT ติดตามตำแหน่งและอุณหภูมิของสินค้า

คำตอบสั้น: IoT คืออุปกรณ์ที่มีเซนเซอร์และการสื่อสารในตัว วัดค่าแล้วส่งเข้าระบบเองอัตโนมัติ ในคลังสินค้าใช้มากใน 3 งาน คือ ติดตามตำแหน่ง ของรถเข็น ภาชนะ หรือสินค้าระหว่างขนส่ง ตรวจอุณหภูมิและความชื้น ของสินค้าที่ไวต่อสภาพแวดล้อม และ แจ้งเตือน เมื่อเกิดความผิดปกติ IoT เสริม WMS ในส่วนที่การสแกนบาร์โค้ดทำไม่ได้ คือการเฝ้าดูต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีคน

IoT คืออะไร?

IoT ย่อมาจาก Internet of Things หมายถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อเครือข่ายและส่งข้อมูลได้เอง ตัวอย่างในงานโลจิสติกส์ เช่น เครื่องติดตามตำแหน่งบนรถเข็น เซนเซอร์อุณหภูมิในห้องเย็น หรือแท็กที่ติดไปกับสินค้าระหว่างขนส่ง ข้อมูลถูกส่งเข้าระบบคลาวด์ แล้วแสดงผลหรือแจ้งเตือนผ่านเว็บ อีเมล หรือสมาร์ทโฟน

ใช้ IoT ในคลังสินค้าและโลจิสติกส์ทำอะไรได้บ้าง?

การใช้งานข้อมูลที่วัดประโยชน์
ติดตามรถเข็นและภาชนะหมุนเวียนตำแหน่งรู้ทันทีเมื่อหายหรือส่งคืนล่าช้า
สินค้าควบคุมอุณหภูมิอุณหภูมิและความชื้นมีหลักฐานว่าสินค้าอยู่ในช่วงที่กำหนดตลอดทาง
ห้องเย็นและพื้นที่จัดเก็บอุณหภูมิ ความชื้นแจ้งเตือนก่อนสินค้าเสียหาย
กุญแจรถและอุปกรณ์ส่วนกลางตำแหน่งหาเจอเร็วเมื่อหาย
สภาพแวดล้อมคลังอุณหภูมิ ความชื้นป้องกันสินค้าเสื่อมในฤดูฝนหรือหน้าร้อน

LPWA คืออะไร ทำไมเหมาะกับงานโลจิสติกส์?

LPWA (Low Power Wide Area) คือเทคโนโลยีสื่อสารที่ใช้พลังงานต่ำและส่งได้ไกล เหมาะกับอุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลครั้งละไม่มากแต่ต้องทำงานนาน ข้อดีคือค่าสื่อสารต่ำ ประหยัดแบตเตอรี่ และแทบไม่ต้องบำรุงรักษาเป็นเวลานาน ข้อจำกัดคือส่งข้อมูลได้ทีละน้อย จึงไม่เหมาะกับงานที่ต้องส่งภาพหรือข้อมูลปริมาณมาก

IoT กับบาร์โค้ด RFID และ WMS ต่างกันอย่างไร?

เทคโนโลยีต้องมีคนทำไหมเหมาะกับ
บาร์โค้ด + WMSคนสแกนทุกขั้นตอนยืนยันการรับ ย้าย หยิบ และส่งสินค้า
RFIDผ่านเครื่องอ่านหรือประตูอ่านนับหรือยืนยันสินค้าจำนวนมากพร้อมกัน
IoTไม่ต้อง อุปกรณ์ส่งข้อมูลเองเฝ้าดูตำแหน่งและสภาพแวดล้อมต่อเนื่อง

สามเทคโนโลยีใช้ร่วมกันได้ WMS ยังเป็นศูนย์กลางของข้อมูลสต็อก ส่วน IoT เพิ่มข้อมูลที่เกิดระหว่างที่ไม่มีคนสแกน อ่านเรื่อง RFID ที่ RFID คืออะไร

เริ่มใช้ IoT อย่างไร?

  1. เลือกปัญหาเดียวที่ชัด

    เช่น รถเข็นหายบ่อย หรือต้องพิสูจน์อุณหภูมิระหว่างขนส่ง

  2. เลือกอุปกรณ์ให้ตรงงาน

    ดูชนิดข้อมูลที่ต้องวัด อายุแบตเตอรี่ และความทนทาน

  3. กำหนดเงื่อนไขแจ้งเตือน

    เช่น อุณหภูมิเกินช่วง หรือภาชนะไม่กลับมาตามเวลา และกำหนดคนรับผิดชอบ

  4. ทดลองกลุ่มเล็กก่อน

    วัดผลแล้วค่อยขยาย

ระบบ IoT จากซีเน็ท

ระบบ IoT ติดตามสินค้าและอุปกรณ์ ของซีเน็ทใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กแต่ทนทาน บันทึกตำแหน่งหรือสถานะ เช่น อุณหภูมิและความชื้น ไปพร้อมกับสินค้า ทนแรงกระแทกและสภาพแวดล้อม และสื่อสารแบบ LPWA ตัวอย่างการใช้งาน

  • ติดกับรถเข็นหรือตู้สินค้า เมื่อพบการสูญหายหรือล่าช้า ระบบส่งอีเมลแจ้งทันที
  • ติดกับพวงกุญแจของพนักงานขับรถ หาเจอได้จากข้อมูลตำแหน่งบนคลาวด์ผ่านสมาร์ทโฟน

สำหรับงานคลังอาหารและห้องเย็น อ่านต่อที่ ระบบ WMS สำหรับคลังอาหาร

คำถามที่พบบ่อย: IoT ในคลังสินค้า

IoT ย่อมาจากอะไร?

IoT ย่อมาจาก Internet of Things คืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายและส่งข้อมูลได้เองโดยไม่ต้องให้คนบันทึก

IoT ใช้ในคลังสินค้าทำอะไร?

ใช้ติดตามตำแหน่งของรถเข็นและภาชนะ ตรวจอุณหภูมิและความชื้นของสินค้า และแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ

LPWA คืออะไร?

คือเทคโนโลยีสื่อสารพลังงานต่ำที่ส่งได้ไกล เหมาะกับอุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลครั้งละน้อยแต่ต้องทำงานนานด้วยแบตเตอรี่

IoT แทน WMS ได้ไหม?

ไม่ได้ IoT เฝ้าดูตำแหน่งและสภาพแวดล้อม ส่วน WMS ควบคุมสต็อกและงานในคลัง ทั้งสองทำงานเสริมกัน

อัปเดตเนื้อหา: ตุลาคม 2026 โดยทีมซีเน็ท (ประเทศไทย)

ข่าวสาร บทความ และกิจกรรมล่าสุด

บทความทั้งหมด
WMS บน AWS ความปลอดภัยหลายชั้น: WAF ฐานข้อมูลแยก จำกัดการเข้าดูแลระบบ และสำรองข้อมูลอัตโนมัติ

บทความ

WMS บน Cloud AWS ปลอดภัยแค่ไหน? ความปลอดภัยหลายชั้นของ WMS จาก C.NET และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับทำเอง

WMS ของ C.NET (Thailand) ทำงานบน AWS พร้อมความปลอดภัยหลายชั้น: เข้ารหัสทั้งหมด WAF กรองการโจมตีเว็บ ฐานข้อมูล RDS แยกจาก EC2 และเข้าได้จากภา

MRP การวางแผนความต้องการวัตถุดิบ: แผนผลิต BOM และสต็อก คำนวณเป็นแผนสั่งผลิตและสั่งซื้อ

บทความ

MRP คืออะไร? คู่มือพื้นฐานการวางแผนวัตถุดิบสำหรับโรงงานมือใหม่ พร้อมตัวอย่างคำนวณ

MRP (Material Requirements Planning) คือวิธีคำนวณว่าโรงงานต้องผลิตหรือซื้อชิ้นส่วนอะไร จำนวนเท่าไร และต้องเริ่มเมื่อไร จากแผนผลิต โครงสร้างส

ระบบบริหารการผลิต TPiCS-X สำหรับโรงงาน

บทความ

TPiCS-X คืออะไร? ระบบบริหารการผลิต (MRP) จากญี่ปุ่น ที่รองรับทั้งผลิตซ้ำและผลิตตามสั่ง

TPiCS-X คือระบบบริหารการผลิตและวางแผนวัตถุดิบ (MRP) ของบริษัท TPiCS Laboratory ประเทศญี่ปุ่น ใช้แพ็กเกจเดียวรองรับตั้งแต่การผลิตซ้ำจำนวนมากจ

คุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญ WMS

เล่าปัญหาในคลังของคุณให้เราฟัง เราจะแนะนำระบบที่เหมาะกับขนาดและงบประมาณ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

LINE QR code

สแกนเพื่อเพิ่มเพื่อนใน LINE